เข้าสู่ระบบ!!
พระโปรโมชั่น ประจำเดือน รายการพระเครื่อง เกี่ยวกับ AMULET FOCUS วิธีการ เช่า บูชา พระเครื่อง บทความพระเครื่อง เว็บบอร์ด ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 23/11/2554
ปรับปรุงเวบเมื่อ 11/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 2443


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (2443)
 พระบูชา ขนาดต่างๆ
 พิมพ์พระสมเด็จ
 *** รวม พระเกจิ สาย ภาคเหนือ ***
 หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์
 หลวงพ่อวัดดอนตัน จ.น่าน
 หลวงปู่ไผ่ วัดไผ่งาม จ.น่าน
 หลวงปู่สี ฉันทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค จ.นครสวรรค์
 หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จ.นครสวรรค์
 หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
 *** รวม พระเกจิ สาย ภาคอีสาน ***
 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ
 หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ
 หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา
 หลวงปู่เจียม อติสโย วัดอินทราสุการาม จ.สุรินทร์
 หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง จ.บุรีรัมย์
 หลวงพ่อเมียน กัลยาโณ วัดจะเนียงวนาราม จ.บุรีรัมย์
 หลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต วัดกุดชมภู จ.อุบลฯ
 พระอาจารย์ สวัสดิ์ ภูมิสาโร วัดป่าแสนอุดม จ.อุบลฯ
 หลวงปู่ทองมา ถาวโร วัดสว่างท่าสี จ.ร้อยเอ็ด
 หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ จ.ศรีสะเกษ
 หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี (สุสานหนองมน) จ.สุรินทร์
 หลวงปู่แวกาย พนฺธสาโร วัดอัมปึล
 หลวงปู่มหาคำแดง ฐานะทัตโต (พระครูมงคลคัมภีรคุณ)
 *** รวม พระเกจิ สาย -ภาคกลาง-ตะวันออก-ตก ***
 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร
 หลวงพ่อสาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ จ.ระยอง
 หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบุรพาราม จ.ตราด
 หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม
 หลวงพ่อสุด สิริธโร วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร
 หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา
 หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา
 หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง จ.เพชรบุรี
 หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี
 ท่านก๋งเตื่อง เตชปญฺโญ วัดคลองม่วง จ.ตราด
 หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม จ.สิงห์บุรี
 หลวงปู่บุญ-ลป.เพิ่ม-สายนครปฐม
 **** รวม พระเกจิ สาย ภาคใต้ ****
 หลวงปู่ทวด พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ (ทั่วไป)
 หลวงปู่ทวด อาจารย์ทิม ว.ช้างให้ (เลื่อนสมณศักดิ์)
 ลป.ทวด อ.ทิม วัดช้างให้ (100ปี อ.ทิม) พิธีช้างให้
 หลวงปู่ทวด พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี
 พ่อท่านบุญให้ ปทุโม วัดท่าม่วง จ.นครศรีธรรมราช
 เหรียญรัชกาลและเหรียญที่ระลึกต่างๆ
 เครื่องราง เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ โชคลาภ ค้าขาย
กล้องส่องพระ
 สร้อยคอสำหรับห้อยพระ งานเชือกเทียนถัก (Handmade)
 หนังสือพระเครื่อง



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
ตรวจสอบสลากกินแบ่งรัฐบาล
ราคาทองคำวันนี้
ราคาน้ำมันวันนี้
แหล่งความรู้เกี่ยวกับพระรอด
ธรรมะ ออนไลน์ กับ ท่าน ว.วชิรเมธี
ฟังธรรม กับ ท่าน ว.วชิรเมธี
ธรรมะไทย
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
ตรวจสอบการขนส่งของไปรษณีย์จาก Tracking Number ของท่าน
หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
อิทธิปาฏิหาริย์ พระเครื่อง
จองตั๋วเครื่องบิน Air Asia
จองตั๋วเครื่องบิน Thai Lion Air
จองตั๋วเครื่องบิน Nokair







ขอต้อนรับสู่ Amuletfocus ศูนย์รวมพระเครื่องยอดนิยม บริการพระเครื่องครบวงจร คัดสภาพสวย แท้ ดูง่าย รับประกันพระแท้ 100 % ***รับเช่า พระเครื่อง วัตถุมงคล ของพระเกจิทั่วไทย ในราคาที่ท่านพอใจ    ***พบกับโปรโมชั่น พระแท้ ราคาพิเศษ เก็บสะสมกันได้แบบสบายใจ กับเราได้ที่นี่ทุกเดือน ติดต่อเราได้ที่เบอร์ 085-556-0808 (ยุคลเดช) 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ >> ประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง

ประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง








  Tell a Friend
ประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ (ประตูม้า) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง

รหัสสินค้า: 000015
รายละเอียด:

Image

ครูบาเจ้าเกษม เขมโก
สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง
โดย ดาวลำปาง


“ท่านเขมโกภิกษุ หลวงปู่เกษม หรือหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่เราท่านเคารพบูชา และรำลึกภาวนาขอบารมีจากท่านช่วยคุ้มครอง ปกป้องจากอันตราย ยามเมื่อเกิดความทุกข์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เพราะบารมีหลวงพ่อที่เพียรเจริญวิปัสสนากรรมฐานด้วยความมานะบากบั่น ยากที่จะมีผู้ปฏิบัติได้เสมือนนั้น สร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นสูงยิ่งนัก”

หลวงพ่อเกษมท่านเจริญวิปัสสนาด้วยถือสันโดษเป็นที่ตั้ง ใช้อำนาจจิตควบคุมร่างกายเข้าสู่สมาธิภาวนา เบื้องหน้าเชิงตะกอน ท่านไม่ติดรสอาหารเมื่อมีผู้นำมาถวาย แม้อาหารจะเสียจนราขึ้น ถ้าหลวงพ่อท่านยังมิได้แผ่เมตตาท่านก็จะรับประเคนบาตรแล้วแผ่เมตตาให้ หลวงพ่อเป็นผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ และเมตตาธรรมสูงส่ง ท่านหมดสิ้นแล้วกิเลสและเปี่ยมล้นด้วยบารมี ทุกวันนี้หลวงพ่อยังเป็นดุจร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ความร่มเย็นแก่พวกเราทุกคน

ณ ดินแดนถิ่นล้านนา ทางภาคเหนือของประเทศไทย พระอริยสงฆ์ที่พวกเราทุกคนรู้จักชื่อเสียงคุณงามความดีของท่าน ก็คือ ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย พระอริยสงฆ์องค์แรกของภาคเหนือ ท่านเปรียบเสมือนประทีปดวงใหญ่ที่ส่องประกายธรรมไปทั่วทุกสารทิศ ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ประกอบคุณงามความดีไว้กับแผ่นดินนี้มากมาย ท่านจึงถูกจัดให้เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวเหนือ ประวัติและเรื่องราวต่างๆ ของท่าน จึงถูกบันทึกเพื่อให้อนุชนชาวพุทธรุ่นหลังได้รับรู้ถึงในยุคปัจจุบัน

ประวัติบางตอนของ “ครูบาศรีวิชัย” ตอนหนึ่งกล่าวว่า ท่านครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ว่าจะมีตนบุญมาเกิดที่ลำปาง ครั้นต่อมาครูบาศรีวิชัยได้มรณภาพไป โดยทิ้งคำพยากรณ์นี้ไว้ให้ชาวลำปางได้เฝ้ารอคอยการมาอุบัติของตนบุญ ที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ จนเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี ก็ยังไม่ปรากฏ แต่ชาวลำปางก็ยังเชื่อในคำพยากรณ์ของครูบาศรีวิชัย

เมื่อปี พ.ศ.2455 ได้มีครอบครัวเชื้อเจ้าผู้ครองนครลำปาง หรือเขลางค์นครในอดีต หัวหน้าครอบครัวคือ เจ้าหนูน้อย ณ ลำปาง ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ รับราชการเป็นปลัดอำเภอ ภรรยาชื่อ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง ทั้งสองเป็นหลานของเจ้าพ่อบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

ครอบครัวนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านท่าเก๊าม่วง ริมแม่น้ำวัง อ.เมือง จ.ลำปาง อยู่กินกันมาอย่างมีความสุข ในที่สุดเจ้าแม่บัวจ้อนได้ตั้งครรภ์ และพอถึงกำหนดคลอด ตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ตรงกับวันพุทธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ.131 ค.ศ.1912 เจ้าแม่บัวจ้อนให้กำเนิดทารกเพศชายเป็นลูกคนแรกของครอบครัว

ขณะนั้นไม่มีใครทราบกันเลย ตนบุญที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว Image


ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย


บิดามารดาก็ได้ตั้งชื่อทารกนั้น เกษม ณ ลำปาง เพราะได้เกิดมาในเชื้อสายของเจ้าทางเหนือ จึงได้รับการยกย่องของคนทั่วไป ทุกคนต่างเรียกกันว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง หลังจากที่ได้คลอดบุตรมาได้ไม่กี่ปี เจ้าแม่บัวจ้อนได้ให้กำเนิดทารกอีกคน แต่เป็นเพศหญิง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องของเจ้าเกษมสืบสายเลือด แต่ทว่าเจ้าแม่น้อยคนนี้วาสนาน้อย ได้เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก จึงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าพี่ชายของเธอคือ ตนบุญที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ ซึ่งชาวลำปางรอคอยเป็นสิบๆ ปี

เมื่อวัยเด็ก เจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนมีลักษณะค่อนข้างเล็กบอบบาง ผิวขาวแต่ดูเข้มแข็ง คล่องแคล่ว และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นเด็กที่ชอบซน คืออยากรู้อยากเห็น เมื่อถึงวัยเรียน เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้รับการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ อ.เมือง จ.ลำปาง สมัยนั้นเปิดเรียนชั้นสูงสุดแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เท่านั้น เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้ศึกษาจนจบชั้นสูงของโรงเรียน คือชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ใน พ.ศ.2466 ขณะนั้นอายุได้ 11 ปี

เมื่อออกจากโรงเรียนก็ไม่ได้เรียน อยู่บ้าน 2 ปี ใน พ.ศ.2468 อายุขณะนั้นได้ 13 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยบรรพชาเป็นสามเณร เนื่องในโอกาสบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว ครั้นบวชได้เพียง 7 วันก็ลาสิกขาออกไป ต่อมาอีก 2 ปี ราว พ.ศ.2470 ขณะนั้นมีอายุ 15 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง โดยบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบุญยืน จ.ลำปาง เมื่อบรรพชาแล้ว สามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้จำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดบุญยืนนั่นเอง สามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนที่ทำอะไรจริงจัง เรียนทางด้านปริยัติศึกษาธรรมะจนถึงปี พ.ศ.2474

สามเณรเจ้าเกษม ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ ครั้นมีอายุได้ 21 ปีบริบูรณ์ อายุครบที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้แล้ว จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ.2475 ณ พัทธสีมาวัดบุญยืน โดยมีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมจินดานายก (ฝ่าย) เจ้าอากาสวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระคุณเจ้าท่านพระครูอุตตร วงศ์ธาดา หรือที่ชาวบ้านเหนือรู้จักกันในนาม ครูบาปัญญาลิ้นทอง เจ้าอาวาสวัดหมื่นเทศ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดลำปางในขณะนั้น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเดชพระคุณท่านพระธรรมจินดานายก (อุ่นเรือน) เจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “เขมโก” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีธรรมอันเกษม”

หลังจากได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระภิกษุเกษม เขมโกก็ได้ศึกษาทางด้านภาษาบาลี ซึ่งเป็นการศึกษาปริยัติอีกแขนงหนึ่ง ที่สำนักวัดศรีล้อม สมัยนั้นก็มีอาจารย์หลายรูป เช่น มหาตาคำ พระมหามงคลเป็นครูผู้สอน และยังได้ไปศึกษาที่สำนักวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งมีพระมหามั่ว พรหมวงศ์ และพระมหาโกวิทย์ โกวิทญาโน เป็นครูสอน ในเวลาเดียวกันนั้น พระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก ก็ได้ไปศึกษาทางด้านปริยัติในแผนกนักธรรมต่อที่สำนักวัดเชียงราย ครูผู้สอนคือ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดลำปางสมัยนั้น ปรากฎว่าพระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้ในปี พ.ศ.2479

ส่วนทางด้านการศึกษาบาลีนั้น ท่านเรียนรู้จนสามารถเขียนและแปลได้เป็น (มคธ) เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกองค์ต่างเข้าใจว่า พระภิกษุเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณศักดิ์สูงๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้นImage


หลวงพ่อเกษม เขมโก


เมื่อสำเร็จทางด้านพระปริยัติธรรมพอสมควรแล้ว จนสามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่หลงทาง ท่านจึงหันมาปฏิบัติต่อไปจนแตกฉาน แค่นั้นยังไม่พอ พระภิกษุเกษม เขมโก ได้เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จนกระทั่งได้ทราบข่าวภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนากรรมฐาน ภิกษุรูปนี้คือ ครูบาแก่น สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง

ครูบาแก่น สุมโน เป็นพระภิกษุสายวิปัสสนาถือธุดงค์เป็นวัตร หรือที่เรียกกันว่า พระป่า หรือภาษาทางการเรียกว่า พระภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ตอนนั้นครูบาแก่นท่านได้ธุดงค์แสวงหาความวิเวกทั่วไป ยึดถือป่าเป็นที่บำเพ็ญเพียร นอกจากมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนาแล้ว ท่านยังเก่งรอบรู้ในด้านพระธรรมวินัยอย่างแตกฉานอีกด้วย

พระภิกษุเกษม เขมโก จึงเดินทางไปขอฝากตัวเป็นศิษย์และได้อธิบายความต้องการที่จะศึกษาในด้านวิปัสสนาให้ครูบาแก่นฟัง ครูบาแก่น สุมโน เห็นความตั้งใจจริงของภิกษุเกษม เขมโก ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ และได้นำภิกษุเกษมออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึกตามที่ภิกษุเกษมต้องการ จึงถือได้ว่าครูบาแก่น สุมโน รูปนี้เป็นพระอาจารย์ทางวิปัสสนากรรมฐานรูปแรกของพระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก

ดั้งนั้น พระภิกษุเกษม เขมโก จึงได้เริ่มก้าวไปสัมผัสชีวิตของภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ประกอบกับจิตของท่านโน้มเอียงมาทางสายนี้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่เป็นเรื่องลำบากสำหรับในการไปธุดงค์ กลับเป็นการได้พบความสงบสุขโดยแท้จริง กับความเงียบสงบซ้ำยังได้ดื่มด่ำกับรสพระธรรมอันบังเกิดท่ามกลางความวิเวก พระภิกษุเกษม เขมโก จึงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง โดยมีครูบาแก่นแนะอุบายธรรมอย่างใกล้ชิด

ระหว่างท่องธุดงค์แสวงหาความวิเวกในที่สงัดตามป่าเขาและป่าช้าต่างๆ การฉันอาหารในบาตร คือ อาหารหวานคาวรวมกัน เรียกว่า ฉันเอกา ไม่รวมอาสนะกับพระภิกษุสงฆ์อื่น ฉันมื้อเดียว ช่วงบ่ายก็จะเดินจงกรม เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ พร้อมกำหนดจิตจนกระทั่งถึงเย็น เมื่อเสร็จจากการเดินจงกรม ก็กลับมานั่งบำเพ็ญภาวนาต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประมาณ 5 ทุ่ม เสร็จจากการบำเพ็ญภาวนาก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น ในตอนดึกก่อนจำวัดท่านก็ไม่นอนเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ท่านจะหมอบเท่านั้น และท่านจะทำเป็นกิจวัตร คือ การกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแผ่เมตตาไปให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย

จนกระทั่งถึงช่วงเข้าพรรษาที่พระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราว ต้องอยู่กับที่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง จะเป็นวัดอารามหรือถือเอาป่าช้าเป็นวัด โดยกำหนดเขตเอาตามพุทธบัญญัติ ดังนั้นภิกษุเจ้าเกษม เขมโก จึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์คือครูบาแก่น สุมโน ตั้งแต่นั้นมาภิกษุเจ้าเกษม เขมโก กลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออกพรรษา ภิกษุเกษม เขมโก ก็ติดตามพระอาจารย์ของท่านคือ ครูบาแก่น สุมโน ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ท่านถือปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมา

ต่อมาเจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนถึงแก่มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนว่าง ทางคณะสงฆ์จึงต้องเลือกภิกษุที่มีคุณสมบัติมาปกครองดูแลวัด เพื่อเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อไป Image


หลวงพ่อเกษม เขมโก


คณะสงฆ์จึงได้ประชุมกันและต่างลงความเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเป็นภิกษุเกษม เขมโก เพราะเป็นพระที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้ายแต่ท่านก็ห่วงทางวัด เพราะท่านเคยจำพรรษาวัดนี้ ท่านก็เห็นว่าบัดนี้ทางวัดบุญยืนมีภารกิจต้องดูแล ก็ถือว่าเป็นภารกิจทางพระศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงไม่อาจจะดูดายภารกิจนี้ได้ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน

ครูบาเจ้าเกษม เขมโก อยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2492 ท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ทำหนังสือลาออกกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าพระอินทรวิชาจารย์ (ท่านเจ้าคุณอิน อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง) แต่ก็ถูกท่านเจ้าคุณยับยั้งไว้ ครูบาเจ้าเกษม เขมโก จึงจำใจกลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนอีกระยะหนึ่งนานถึง 6 ปี ท่านคิดว่าควรจะหาภิกษุที่มีคุณสมบัติมาแทนท่าน เพราะท่านอยากจะออกธุดงค์

ดังนั้น ท่านจึงตัดสินใจสละตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน โดยยื่นใบลากับคณะสงฆ์ในเขตปกครอง ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงเดินทางไปลาออกกับเจ้าคณะจังหวัดซึ่งอยู่ที่วัดเชียงราย แต่ท่านเจ้าคณะจังหวัดก็ไม่อนุญาต เรื่องการลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสของครูบาเจ้าเกษม เขมโก นี้ดูค่อนข้างจะเป็นเรื่องแปลกพิศดาร แม้แต่การสละตำแหน่งลาภยศ ท่านยังต้องประสบกับอุปสรรคต่างๆ นานา ไม่เหมือนกับพระองค์อื่นๆ ที่ฟันฝ่าเพื่อแสวงหาลาภยศ เมื่อท่านลาออกไม่สำเร็จประมาณปี พ.ศ.2492 ก่อนเข้าพรรษาในปีนั้น หลวงพ่อก็หนีออกจากวัดบุญยืนก่อนเข้าพรรษาเพียงวันเดียวโดยไม่มีใครรู้ พอเช้าวันรุ่งขึ้นเข้าพรรษา หมู่ศรัทธาก็นำอาหารมาเตรียมถวายในวิหาร ทุกคนรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นหลวงพ่อเกษม จึงเกิดความวุ่นวายเที่ยวตามหาตามกุฏิก็ไม่พบหลวงพ่อ

พอมาที่ศาลา ทุกคนเห็นกระดาษวางบนธรรมาสน์เป็นข้อความที่หลวงพ่อเกษมเขียนลาคณะศรัทธาชาวบ้าน ยาวถึง 2 หน้ากระดาษ ข้อความบางตอนที่จำได้มีอยู่ว่า ทุกอย่างเราสอนดีแล้ว อย่าได้คิดไปตามเรา เพราะเราสละแล้วการเป็นเจ้าอาวาส เปรียบเหมือนหัวหน้าครอบครัวต้องรับผิดชอบภาระหลายอย่าง ไม่เหมาะสมกับเรา เราต้องการความวิเวกจะไม่ขอกลับมาอีก

แต่พวกชาวบ้านก็ไม่ละความพยายาม เพราะชาวบ้านเหล่านี้ศรัทธาในตัวหลวงพ่อ พอรู้ว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหนเมื่อรวมกันได้ 40-50 คน ก็ออกเดินทางไปตามหาหลวงพ่อเกษม และไปพบหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน หลวงพ่อเกษมได้ปฏิบัติธรรมที่นั่น พวกชาวบ้านได้อ้อนวอนหลวงพ่อขอให้กลับวัด บางคนร้องไห้เพราะศรัทธาในตัวหลวงพ่อมาก แต่หลวงพ่อเกษมท่านก็นิ่งไม่พูดไม่ตอบ จนพวกชาวบ้านต้องยอมแพ้ ตลอดพรรษาปี พ.ศ.2492 หลวงพ่อเกษมท่านก็อยู่ที่ศาลาวังทาน โดยไม่ยอมกลับมาวัดบุญยืน

พวกชาวบ้านจึงพากันเข้าไปพบโยมแม่ของหลวงพ่อเกษม โยมแม่รักหลวงพ่อเกษมมาก เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว จึงให้คนพาไปหาหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน โดยมี (เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง) ตอนนั้นยังบวชเป็นสามเณรอยู่ โยมแม่ได้ขอร้องให้หลวงพ่อเกษมกลับวัด แต่หลวงพ่อกลับบอกโยมแม่ว่า แม่เฮาบ่เอาแล้ว เฮาบ่เหมาะสมกับวัด เฮาชอบความวิเวก เฮาขออยู่อย่างวิเวกต่อไป เฮาจะไปอยู่ที่ป่าเหี้ยว แม่อาง จนทำให้โยมแม่หมดปัญญา ไม่รู้จะขอร้องยังไง ผลที่สุดก็ต้องตามใจหลวงพ่อ Image


หลวงพ่อเกษม เขมโก


วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อเกษมก็ออกจากศาลาวังทาน เดินทางไปบ้านแม่อางด้วยเท้าเปล่าตั้งแต่เช้ามืด ไปถึงป่าเหี้ยว แม่อาง ก็ค่ำพอดี ฝ่ายโยมแม่พอกลับมาบ้านก็เกิดคิดถึงพระลูกชาย เพราะเกรงว่าพระลูกชายจะลำบาก จึงออกจากบ้านไปตามหาพระลูกชาย โดยมีคนติดตามไปด้วยชื่อ โกเกตุ พงษ์พันธุ์ โยมแม่สั่งให้โกเกตุขนของสัมภาระเพื่อจะไปอยู่บนดอย ของที่เหลือในร้านเพชรพลอยแจกให้ชาวบ้านจนหมดเกลี้ยง ไม่เอาอะไรเลย นอกจากของใช้ที่จำเป็นบางอย่างเท่านั้น

โกเกตุ พงษ์พันธุ์ ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดก็พาโยมแม่ไปส่งที่แม่อาง และพวกชาวบ้านเห็นโยมแม่ของหลวงพ่อมา ก็สร้างตูบกระท่อมอยู่ข้างวัดแม่อาง ส่วนหลวงพ่อเข้าบำเพ็ญภาวนาในป่าช้าบนดอยแม่อาง บำเพ็ญภาวนาบารมีวิปัสสนาปฏิบัติธรรมได้หนึ่งพรรษา ทิ้งให้โยมแม่ซึ่งอยู่กระท่อมตีนดอยก็คิดถึงพระลูกชาย โยมแม่ก็ตามไปหาที่ป่าช้าข้างเนินดอย ก็มีชาวบ้านแถวนั้นอาสาสร้างตูบกระท่อมให้โยมแม่พักใกล้ๆ ที่หลวงพ่อปฏิบัติธรรม โยมแม่บัวจ้อนได้พำนักที่ข้างเนินดอยได้พักหนึ่ง ก็ล้มป่วยลงด้วยโรคไข้ป่า ชาวบ้านก็ไปตามหมอทหารมาฉีดยารักษาให้ แต่โยมแม่ท่านมีสติที่เข้มแข็ง และยังได้สั่งเสียเณรเวทย์ว่ามีเงินซาวเอ็ดบาท ให้เก็บไว้ถ้าโยมแม่ตายให้เณรเวทย์ไปบอกลุงมา เมื่อสั่งเสร็จโยมแม่ก็หลับตา เณรเวทย์ก็ไปบอกหลวงพ่อเกษม หลวงพ่อก็มา

ท่านได้นั่งดูอาการของโยมแม่ท่านนั่งสวดมนต์ เป็นที่น่าแปลกใจขณะที่หลวงพ่อสวดมนต์ มีผึ้งบินมาวนเวียนตอมไปตอมมาสักครู่ใหญ่ๆ โยมแม่ก็ถอดจิตอย่างสงบ นัยน์ตาหลวงพ่อเกษมมีน้ำตาค่อยๆ ไหลขณะที่ท่านแผ่บุญกุศลให้กับโยมแม่ ท่านยังเอ่ยว่า “แหม เฮาว่า เฮาจะบ่ไห้ (ร้องไห้) แล้วนา...”

ศพของโยมแม่บัวจ้อน มีเณรเวทย์และชาวบ้านได้มาช่วยจัดการจนเสร็จพิธี ชาวบ้านช่วยเป็นเงินในสมัยนั้นได้ 700 บาท ถือว่ามาก ศพของโยมแม่บัวจ้อนเผาที่ป่าช้าแม่อาง หลังจากที่เสร็จพิธีงานศพโยมแม่จ้อนแล้ว หลวงพ่อก็สั่งเณรเวทย์ให้กลับไปเรียนธรรมที่วัดบุญยืน

อยู่มาไม่นานหลวงพ่อก็จากป่าช้าแม่อางกลับมาบำเพ็ญภาวนาที่ป่าช้าศาลาวังทานอีกเพียงหนึ่งพรรษาท่านก็เดินทางไปอยู่ที่ป่าช้านาป้อ และกลับมาอยู่ประตูม้า ซึ่งก็คือ สุสานไตรลักษณ์ ในปัจจุบัน

หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นพระที่ขาวสะอาด และเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระไม่ติดยึดใคร ต้องการอะไร ขออะไร ไม่เคยปฏิเสธ จนสังขารของท่านดูแล้วไม่แข็งแรง แต่จิตของหลวงพ่อแข็งแรง และท้ายที่สุดหลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ละสังขารจากไปอย่างสงบ ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 นาฬิกา ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ.2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ปีกุน ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่ศานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศเป็นยิ่งนัก

 

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร      
การส่งสินค้า (Shipping information)
เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและเพื่อความรวดเร็วในการส่งสินค้าไปยังท่านผู้มีอุปการคุณ ทางเวปไซต์ amuletfocus ขอจัดส่งแบบ EMS เท่านั้นครับ โดยเก็บค่าจัดส่ง ๕๐ บาทต่อครั้ง หากเช่าวัตถุมงคลจากทางร้านไม่ถึง ๓,๐๐๐ บาท  
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
Amuletfocus อาณาจักรศูนย์รวมพระเครื่องยอดนิยม
788/359 Bangkok Horizon ถนนรามคำแหง (รามคำแหง 60) แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ
อมูเล็ท โฟกัส เปิดให้เช่า-รับเช่า บูชา พระเครื่องและเครื่องราง แท้ 100% กล้ารับประกันพระแท้ ตามหลักมาตรฐาน... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
หากพระเก้ ยินดีคืนเงินให้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายในการส่งคืน รับประกันให้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายภายใน 365 วัน รับประกันความพึงพอใจ ภายในระยะเวลา 7 วัน ไม่หักเปอร์เซ็นต์ 
เวลาให้บริการ (Business Hour)
รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามได้ทุกวัน ช่วงเวลา 7.00 - 22.00 น ตอบอีเมล์ทุกๆ วัน ภายใน 24 ชั่วโมง  
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่าน ผ่านทางเว็ปไซต์และทางเว็บไซต์จะไม่ส่งข้อมูลส่วนตัวของท่านไปยังบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านความยินยอม  จากท่านโดยเด็ดขาด
บริการของร้านค้า

พระโปรโมชั่น ประจำเดือน  |  รายการพระเครื่อง  |  เกี่ยวกับ AMULET FOCUS  |  วิธีการ เช่า บูชา พระเครื่อง  |  บทความพระเครื่อง  |  เว็บบอร์ด  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//